โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน หรือที่เรียกกันติดปากว่า ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เป็นโครงการที่มุ่งหมายเพื่อช่วยเหลือประชาชนผ่านวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมายหลักในการฟื้นฟูและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40: วิธีการดำเนินงานและเป้าหมายโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างโอกาสและความเท่าเทียมในการเข้าถึงทรัพยากรและบริการต่างๆ สำหรับประชาชนทุกกลุ่ม โดยมีการแบ่งสัดส่วนการสนับสนุน 60% สำหรับการสนับสนุนด้านการผลิตและการบริการ และ 40% สำหรับการสนับสนุนด้านการตลาดและการขาย
การสนับสนุนการผลิตและการบริการ การสนับสนุนการตลาดและการขาย การสร้างโอกาสและความเท่าเทียมในการเข้าถึงทรัพยากรและบริการ การดำเนินงานและผลลัพธ์โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการประเมินผลลัพธ์และปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าโครงการนี้จะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
การสนับสนุนโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เป็นการสนับสนุนการฟื้นฟูและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และช่วยเหลือประชาชนผ่านวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจสัดส่วนการร่วมจ่าย: รัฐบาลสนับสนุนเงินร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดในอัตรา ร้อยละ 60 และประชาชนชำระเองเพียง ร้อยละ 40
วงเงินช่วยเหลือ: รัฐช่วยจ่ายให้ไม่เกิน 200 บาท ต่อคนต่อวัน โดยจำกัดสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท ต่อคนต่อเดือน
ระยะเวลาโครงการ: ครอบคลุมระยะเวลาทั้งหมด 4 เดือน (รวมรับสิทธิประโยชน์สูงสุด 4,000 บาทตลอดโครงการ)
แอปพลิเคชันที่ใช้: ประชาชนใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" (G-Wallet) และร้านค้าใช้รับเงินผ่านแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน"
ใครบ้างที่มีสิทธิลงทะเบียน? (เป้าหมาย 30 ล้านคน)รัฐบาลเปิดให้ประชาชนสัญชาติไทยลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ โดยมีเงื่อนไขหลักๆ ดังนี้:
ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน)
ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการเยียวยาของรัฐที่ผ่านมา
เปิดให้ลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ www.ไทยช่วยไทยพลัส.th และแอปพลิเคชันเป๋าตัง
ร้านค้าประเภทไหนที่เข้าร่วมได้?
โครงการนี้เน้นกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากและร้านค้าขนาดเล็กทั่วประเทศ โดยครอบคลุม:
ร้านค้าทั่วไป ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และร้านธงฟ้าฯ
ร้านค้า OTOP และวิสาหกิจชุมชน
ระบบบริการส่งอาหาร (Food Delivery) ผ่านแพลตฟอร์มผู้ให้บริการรายใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระบบ
กิจการขนส่งมวลชนสาธารณะ (เช่น รถไฟฟ้า รถโดยสารประจำทาง เรือโดยสาร และรถร่วมบริการ)
วัตถุประสงค์หลักของโครงการ
ลดภาระค่าครองชีพ: บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนกลุ่มมนุษย์เงินเดือนและคนตัวเล็กตัวน้อยที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงาน
รักษากำลังซื้อ: กระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเงินทุนจำนวนกว่า 1.76 แสนล้านบาทจะถูกส่งตรงไปถึงมือร้านค้ารายย่อยและชุมชนโดยตรง ไม่ผ่านกลุ่มทุนใหญ่